previous.clinicneo.co.th Mon, September 23, 2019
 
 
More Detail...   
แลกลิ้งค์...

สารบัญบทความ รวมเรื่องราวเกี่ยวกับ- ดูแลผิวพรรณ - สุขภาพ-งานวิจัย - หมวดสิว - หมวดฝ้ากระ - ลดน้ำหนัก - ความงามทั่วไป - หมวดเส้นผม - โรคผิวหนัง - ศัลยกรรมเสริมแต่ง เรียบเรียงโดยหมอจรัสพล....

ดูแลผิวพรรณ - สุขภาพ-งานวิจัย - หมวดสิว - หมวดฝ้ากระ - ลดน้ำหนัก - ความงามทั่วไป - หมวดเส้นผม - โรคผิวหนัง - เวชศาสตร์ความงาม(Aesthetic Medicine) - เวชศาสตร์ชะลอวัย(Anti-Aging Medicine) - เก็บมาอยากให้อ่านกัน -

[หน้าที่] 1  [2]  [3]  [4]  [5]  [6]  [7] 
รหัสบทความที่ # [ 390 ]
บทความเรื่อง # ข้อควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์
 
  •   จากประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์มานานมากกว่าสิบปี และการถามตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้บ่อยๆ   พบว่าคนไทยส่วนใหญ่
  • ังเข้าใจเรื่องฟิลเลอร์กันแบบผิวเผิน หรือบางคนแทบไม่รู้เลยว่าฟิลเลอร์กับโบทอกซ์ต่างกันอย่างไร หรือบางคนก็คิดว่าฟิลเลอร์ฉีดที่ไหนก็ได้ และไปฉีดกับคนที่ไม่ใช่แพทย์ เช่น หมอกระเป๋าทั้งหลาย หรือบุคคลากรอื่นที่เคยทำงานร่วมกับแพทย์ก็ได้  เพราะราคาถูกกว่า จึงทำให้เกิดปัญหา หรือผลข้างเคียงมากมาย ตามที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ จึงทำให้เกิดแนวความคิดว่า ผู้เขียนคงต้องรวบรวมข้อมูลทีสำคัญและควรรู้ เพื่ออย่างน้อยก็เป็นแนวทางในการตัดสินใจของคนไข้ ในการเลือกฉีดฟิลเลอร์อย่างถูกต้องและปลอดภัย
  • การฉีดฟิลเลอร์แตกต่างจากการฉีดโบทอกซ์อย่างไร
    -จริงๆ แล้วฟิลเลอร์(Fillers) แปลว่าสารเติมเต็ม ความหมายก็คือตามนั้น คือการฉีดสารให้เต็มในส่วนที่พร่องไป หรือการฉีดฟิลเลอร์คือการฉีดสารเข้าสู่ร่างกาย เพื่อจะลดปัญหาจากเนื้อหรือคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกายที่ลดลง(  Volumn loss ) เมื่ออายุมากขึ้น หรือกรณีบางคนที่มีปัญหา
    อยากเพิ่ม อยากเติมให้ดูอวบอิ่ม มากขึ้นจากของเดิมที่ไม่มี เช่นการฉีดฟิลเลอร์เติมร่องแก้มที่ลึก การฉีดฟิลเลอร์ร่องตาที่ลึก การฉีดฟิลเลอร์เสริมดั้งจมูก การฉีดฟิลเลอร์ให้ริมฝีปากอวบอิ่ม การฉีดฟิลเลอร์เสริมคาง ซึ่งความลึกตื้นในการฉีดส่วนใหญ่จะฉีดในชั้นหนังแท้ (Dermis) เป็นส่วนใหญ่ซึ่งอยุ่เหนือชั้นไขมัน และกล้ามเนื้อ จึงแตกต่างจากโบทอกซ์ ตรงที่โบทอกซ์จะฉีดในชั้นกล้ามเนื้อ เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่เราไม่ต้องการ  เช่น ลดริ้วรอยจากการขยับของตีนกาเวลายิ้ม การย่นหน้าผาก การย่นเวลาขมวดคิ้ว หรือกล้ามเนื้อกรามใหญ่ฉีดกล้ามเนื้อให้หน้าเรียวเล็ก
  • ฟิลเลอร์มีหลากหลายแบบในท้องตลาด จะเลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง
    -ใช่ครับ ฟิลเลอร์มีมานานแล้ว หลายสิบปี  แบ่งเป็นหลายชนิดมากมาย ซึ่งผมได้เขียนบทความไว้แล้วที่นี่ http://www.clinicneo.co.th/detailcolumn.php?grp=9&sdata=filler&col_id=349 ท่านสามารถไปคลิกอ่านได้ถ้าต้องการทราบรายละเอียด แต่เอาคร่าวๆ ก็คือฟิลเลอร์ในสมัยก่อนๆ แพทย์จะฉีดคอลลาเจน ซึ่งเป็นฟิลเลอร์ที่สกัดจากสัตว์ ก่อนฉีดแพทย์จะทดสอบก่อนว่าแพ้หรือไม่ ถ้าไม่แพ้จึงจะฉีดฟิลเลอร์ได้ และตัวคอลลาเจนเองก็มีหลายยี่ห้อ ทุกยี่ห้ออยู่ได้ไม่นานแค่ 3-4 เดือนก็เก่งแล้ว จึงทำให้ไม่ค่อยนิยมกันมากนัก และปัจจุบันคอลลาเจนที่เป็นฟิลเลอร์ทางการแพทย์เค้าเลิก
    ใช้เลิกผลิตกันมานานสิบกว่าปีแล้วครับ จากปัญหาของความยุ่งยากเรื่องการแพ้ และอยู่ไม่นาน จะมีก็แต่หมอกระเป๋าที่เอาสารอื่นที่มีคุณสมบัติเป็นฟิลเลอร์ได้ เช่นซิลิโคนเหลว แล้วมาโกหกว่าเป็นคอลลาเจน นำไปฉีดกันแทน เพราะราคาถูกกว่า ไม่แพ้ และอยู่ได้นานถาวร ก็เข้าล๊อคคนไทยซิครับ
    ของถูก ไม่แพ้ อยู่ได้ตลอดไป ทำให้บางคนตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนเหล่านี้ โดยอาจจะไม่รู้ ไม่เข้าใจ โดนโน้มน้าวว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ กลุ่มนี้แหละครับที่สร้างปัญหาในปัจจุบัน ให้พบเห็นตามสื่อต่างๆ มีผลข้างเคียงมากมาย ไหลย้อย อักเสบ เป็นก้อน แล้วจะให้แพทย์ตามแก้ไขให้ ต้องบอกก่อนเลยว่า
    แก้ไขได้ด้วยการขูดออกได้อย่างเดียวนะครับ ไม่อาจจะฉีดสลายไปได้ แต่บางตำแหน่ง บางบริเวณไม่สามารถจะผ่าหรือขูดออกได้ เพราะซิลิโคนเหลวได้แทรกซึมไปกับเนื้อเยื่อที่สำคัญ ถ้าฝืนไปขูดอาจจะมีปัญหา ไปโดนเส้นเลือด เส้นประสาท ยิ่งแย่ไปกันใหญ่
    -ฟิลเลอร์ในปัจจุบันที่ปลอดภัย และแพทย์นิยมใช้กัน จะต้องเป็นกลุ่มสารไฮยาเท่านั้น (Hyaluronic acid-HA) และต้องเป็นสารไฮยาที่ไม่ได้สกัดจากสัตว์ จึงมีโอกาสแพ้น้อย ขบวนการสังเคราะห์ไฮยาลูรอนิกนี้จะมีลักษณะโมเลกุลคล้ายกับสารไฮยาลูรอนิกใน ร่างกายมนุษย์ และขอย้ำว่าเท่านั้นนะครับ และมีเพียงไม่กี่ยี่ห้อที่ผ่านอย.เมืองไทย ชนิด ตัวอย่างของสารเติมเต็มที่ผ่าน อย.ได้แก่ 
    - กลุ่ม ที่ 1 Esthelis Basic, Esthelis Soft, Fortelis Extra, Modelis   
    -กลุ่มที่  2  Juvederm Forma , Juvederm Refine, Juvederm Ultra, Juvederm Ultra XC, Juvederm Ultra Plus, Juvederm Ultra Plus XC  
    -กลุ่มที่3  Restylane, Restylane Lipp,  Restylane Perlane, Restylane Sub Q, Restylane Touch, Restylane Vital Light ,Restylane Vital Light Injector, Revanesse Ultra 
    -กลุ่มที่ 4 Perfectha Subskin,Perfectha Deep,Perfectha Derm.-กลุ่มนี้เพิ่งได้อ.ย.ล่าสุดเมื่อ กพ 2556 
    -โดยท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลของสารเติมเต็มที่ได้ อย.ได้ที่เว็บไซต์ http://drug.fda.moph.go.th/zone_service/files/new_gen_list_July.pdf  http://fdaolap.fda.moph.go.th/logistics/drgdrug/Dserch.asp
    -ดังนั้นก่อนท่านจะฉีดฟิลเลอร์ควรดูกล่องที่ใช้ ยี่ห้อที่ใช้ให้ดี ว่าผ่านอย.แล้วหรือยังยี่ห้อนี้ เพราะการผ่านอย.ก็เป็นการ คัดกรองอีกระดับหนึ่งถึงความปลอดภัยและเข้าเกณฑ์มาตรฐานสากล เพราะเดี๋ยวนี้แม้แต่สารไฮยาเอง ก็มีผลิตออกมาเลียนแบบออกมา ทำราคาให้ถูกลง  ถ้าท่านไม่ทราบก็คิดหลักง่ายๆ ว่า ถ้าฟิลเลอร์ราคาถูกเกินไป ต้องเฉลียวใจแล้วว่าสารไฮยาที่จะนำมาฉีดเป็นฟิลเลอร์อาจจะมาจากจีนแดง หรือเปล่า หรือถ้าเป็นยี่ห้อที่ไม่รู้จัก ไม่แพร่หลายก็ควรเลี่ยง ไปเลือกยี่ห้อที่แพทย์ใช้กันแพร่หลายทั่วโลกจะปลอดภัยกว่า 
    -ฟิลเลอร์ที่ปลอดภัยและผ่านอย.เมืองไทย 4 Brand นี้ จัดว่ามีชื่อเสียงและใช้กันแพร่หลายทั้งในยุโรป อเมริกา  ในแต่ละ Brand ของฟิลเลอร์ Brand ดังๆ นี้ ยังแบ่งย่อยออกไปอีกตามความหนืด ขนาดโมเลกุล หรือจำนวน Cross-Link ของสาร HA อีก ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์นอกจากจะต้องเลือก Brands ที่ดี มีชื่อเสียง ผ่านอย.แล้ว ยังต้องเลือกลึกลงไปอีกว่า ในแต่ละ Brand จะเลือกชนิดของกลุ่มย่อยๆ ตัวไหน ความหนืดแค่ไหน   ขนาดโมเลกุล หรือจำนวน Cross-Link ของสาร HA เท่าไหร่ เพื่อจะฉีดตรงตำแหน่งที่ต้องการ เพราะความหนาบางของชั้นหนังแท้ แต่ละบริเวณแตกต่างกัน เช่นถ้าฉีดเพิ่มดั้งจมูก หรือเสริมคาง ต้องเลือกชนิดที่แข็งหน่อย ไม่ไหลง่าย จับตัวเป็นรูปร่างดี แต่ถ้าร่องแก้ม ร่องตาลึก ต้องเลือกชนิดที่นุ่มไม่จับเป็นก้อน ปั้นทรงได้ง่าย ฉีดริมฝีปาก ต้องเลือกที่นุ่มมาก ๆ ฉีดแล้วเหมือนริมฝีปากธรรมชาติไม่ใช่ฉีดแล้วเป็นก้อน เห็นมั้ยครับ การฉีดฟิลเลอร์ให้ได้ผลดี สวยงาม เป็นธรรมชาติ ปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่ท่านจะเดินไปฉีดกับใครก็ได้ 
  • ฟิลเลอร์กลุ่มสารไฮยา (Hyaluronic acid-HA) อยู่ได้นานแค่ไหน และฟิลเลอร์แบบไหนฉีดสลายได้ 
    - สาร HA อยุ่ได้นานประมาณ 4-12 เดือน แตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดย่อยๆ ของสาร HA โดยพบว่าตัวที่มีโมเลกุลใหญ่ จำนวน Cross-Link ของสาร HA สูง ก็จะอยู่นานกว่าแต่เต็มที่ ส่วนใหญ่ไม่เกินนี้ ซึ่งผมคิดว่าเป็นข้อดี เพราะเมื่อไม่พอใจ ก็จะสลายไปเองตามธรรมชาติ ไม่ต้องไปแก้ไขหรืออย่างมาก
    ถ้าอยากจะให้สลายได้เร็ว ก็ยังมีสาร Hyaluronidase ฉีดสลายได้ ขอย้ำนะครับ หลายคนมาหาผมให้ฉีดสลายฟิลเลอร์แต่ไม่ทราบว่าเป็นแบบไหน ซึ่งปัจจุบันฟิลเลอร์ที่ไม่ผ่านอย. นอกจากซิลิโคนเหลว ยังมี Radiesse ( calcium hydroxlapatite),Sculptra ( poly-L-lactic acid),Artefill , Aquamid,Aqualift,Aquaderm ฯลฯ  ฯลฯ อีกนะครับ พวกนี้ฉีดสลายไม่ได้ ต้องขูดออกอย่างเดียว จำง่ายๆ ถ้าเจอใครบอกว่าฉีดฟิลเลอร์ อยู่ได้หลายปี นะครับ ท่านฟันธงได้เลยว่าสารฟิลเลอร์พวกนี้ ไม่ผ่านอย.และฉีดสลายให้หมดไปไม่ได้
    นอกจากนี้ ยังจะมีโอกาสเกิด granuloma( เนื้อเยื่องอกผิดปกติใต้ผิวหนัง) ถึง 30 เปอร์เซนต์ เมื่อเกิดแล้ว จะเป็นก้อนตะปุ่มตะป่ำ ดูไม่สวย และแก้ไขไม่ได้นะคับ
  • ฟิลเลอร์สามารถฉีดได้ทุกบริเวณของร่างกายหรือไม่
    - ปัจจุบันนี้ แพทย์ทั่วโลกที่ได้มาตรฐานสากลเดียวกันนะครับ จะฉีดฟิลเลอร์เฉพาะบริเวณใบหน้าเท่านั้นนะครับ โดยเลือกฉีดเฉพาะบริเวณที่มีปัญหาจาก Volumn loss จริงๆ และฉีดปริมาณไม่มากนัก โดยทั่วใป ก็จะฉีดเติมร่องแก้ม ริ้วรอย  เป็นส่วนใหญ่ ส่วนการเสริมดั้งจมูก  เสริมคาง เติมขมับ ริมฝีปาก ร่องตา  โหนกแก้ม หรือฉีดฟิลเลอร์ยกกระชับ จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป ไม่ใช่จะฉีดได้กับทุกรายนะครับ ส่วนรอยหลุมจะฉีดได้เฉพาะกรณีที่รอยหลุมนั้นไม่มีพังผืดยึดเกาะ ถ้ามีพังผืดฉีดลำบาก ฉีดแล้วไม่เต็ม 100%  การฉีดฟิลเลอร์ตรงรอยย่นเวลาขมวดคิ้ว ตำแหน่งนี้ก็เสี่ยงต่อไปอุดตันเส้นเลือดที่มาเลี้ยงดวงตา เปลือกตาบน ไม่ฉีดฟิลเลอร์กัน เสี่ยงต่อการเกิดก้อนได้มาก ส่วนการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเพิ่มขนาดหน้าอก เพิ่มสะโพก หรือส่วนอื่น ๆ นอกจากนี้ นอกจากอย.จะไม่อนุญาตให้ฉีดแล้ว ยังไม่ควรจะฉีดนะครับ เพราะบริเวณอื่นๆ ไม่เหมาะที่จะใช้ฟิลเลอร์ในการฉีด เพราะต้องใช้ปริมาณที่มาก และเสี่ยงต่อฟิลเลอร์จะหลุดกระจายไปอุดตันเส้นเลือดหรือบริเวณที่สำคัญของร่างกาย
  • ฟิลเลอร์สามารถฉีดได้กับทุกคนหรือไม่
    - ไม่สามารถจะฉีดได้กับทุกคนนะครับ พวกที่แพ้สารไฮยา ฉีดไ่ม่ได้เด็ดขาด  สำหรับสตรีมีครรภ์ ผู้ที่ให้นมบุตร ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกแล้วหยุดยาก มีแผลฟกช้ำง่าย ควรเลี่ยงนะครับ ส่วนอีกกลุ่มคือกลุ่มที่มีความหย่อนคล้อยมากๆ ผิวหน้าบาง พวกนี้ต้องระวังและเลือกชนิดฟิลเลอร์ที่ละเอียด เพราะเสี่ยงต่อการเป็นก้อน ดูไม่ธรรมชาติได้ ส่วนกรณีที่เป็นเริม หรืองูสวัดอยู่ อย่าเพิ่งฉีดฟิลเลอร์นะครับ อาจจะทำให้อาการกำเริบมากขึ้นได้ แต่ถ้าเคยเป็นและหายแล้ว ฉีดได้ไม่มีปัญหา
  • ฟิลเลอร์มีผลข้างเคียงหรือไม่
    -ผลข้างเคียงจากการฉีดสารเติมเต็ม พอจะสรุปได้ดังนี้
    -1.ฉีดไม่ถูกตำแหน่ง เช่นฉีดตื้นหรือลึกเกินไป ทำให้ไม่ได้ผล
    -2.ถ้าเกิดฉีดฟิลเลอร์เติมร่องใต้ตา แล้วเกิดไปอุดตันทางเดินน้ำเหลือง จะทำให้ตาดูบวมๆคล้ายถุงใต้ตา
    -3.เป็นก้อนๆหรือตะปุ่มตะป่ำ อันนี้พบได้บ่อย โดยเฉพาะบริเวณร่องแก้มหรือใต้ตาที่ฉีดตื้นเกินไป
    -4.บริเวณที่ฉีดมีเส้นเลือดฝอยแดงเกิดขึ้น เป็นผลจากอนุภาคสารเติมเต็มไปอุดตันเส้นเลือดฝอยในจุดนั้น มักพบได้บ่อยในกรณีที่ต้องการฉีดเสริมปลายจมูก
    -5.เนื้อเยื่อข้างเคียงตาย จากการที่อนุภาคของสารเติมเต็มไปอุดตันเส้นเลือดขนาดกลาง พบได้บริเวณข้างและปีกจมูกจากการเติมร่องแก้มหรือการฉีดเสริมจมูก
    -6.เกิดการอักเสบติดเชื้อ พบได้บ่อยมากขึ้นในกรณีที่ฉีดเติมปลายจมูกให้ยาวขึ้นหรือเพื่อเป็นหยดน้ำใน จมูกที่มีแท่งซิลิโคนอยู่แล้ว กรณีนี้ต้องถอดแท่งซิิลิโคนออกเท่านั้นจึงจะดีขึ้น
    -7.จมูกโตขึ้นเรื่อยๆ มักพบในคนที่ฉีดสารเติมเต็มหลายๆครั้ง
    -8. ตาบอด อันนี้สาหัสสุด มักเกิดจากการฉีดเสริมจมูกอย่างผิดวิธีทำให้อนุภาคของสารเติมเต็มหลุดเข้าไป อุดตันเส้นเลือดที่ดวงตา ซึ่งเราคงเคยได้ข่าวมาบ้างแล้วในเมืองไทย
  • หลังการ ฉีด Filler ควรปฏิบัติตัวอย่างไร
    -1. ห้ามนอนราบ 3 ชั่วโมง
    -2. ข้อห้ามภายใน 2 วันควรเลี่ยงยาหรือสารที่อาจจะมีผลต่อการฟกช้ำได้ง่าย เช่นยากลุ่ม Aspirin,ยาแก้ปวดข้อบางชนิด เช่น Brufen,Voltaren วิตามินอี หรืออัลกอฮอล์  อย่างน้อย 24 ชม การออกกำลังกาย การเข้าซาวน่า
    -3. ข้อห้ามภายใน 2 อาทิตย์ โดนความร้อน หรือ ทำเลเซอร์ ทรีทเม้นท์ ที่มีความร้อน เช่น RF ยกกระชับ ทำ IPL ทำ Fractional Laser Co2 กรอผิว ทำ AHA ลอกหน้า เป็นต้น  ตลอดจนการใช้ไดร์เป่าผม เข้าซาวน่า อบไอน้ำ เพราะความร้อนจะทำให้ Filler (ฟิลเลอร์) สลายเร็วขึ้น
    -4. ทานน้ำเยอะเยอะ วันละ 2 ลิตรได้ยิ่งดีเพราะจะช่วยให้ Filler (ฟิลเลอร์) คงสภาพได้นานขึ้นเพราะฟิลเลอร์เป็นสารที่อุ้มเก็บกักน้ำได้ค่อนข้างดี ถ้าหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ได้ก็จะดีมาก 
  • - สรุปนะครับ หัวใจสำคัญที่ต้องคำนึงก่อนการฉีดฟิลเลอร์ ควรมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบมี 3 ประการคือ 
    -1.สารที่ฉีด ต้องแน่ใจว่าเป็นฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid ที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่ใช่สารอื่นที่หลอกว่าเป็นฟิลเลอร์ หรือเป็นฟิลเลอร์ราคาถูกที่มีขายตามเวปไซด์หรือนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย เพราะเสี่ยงที่จะเป็นฟิลเลอร์ปลอม หมดอายุ ไม่ได้คุณภาพ และดูภายนอกอาจจะไม่แตกต่าง ต้องอาศัยความเขี่ยวขาญและความน่าเชื่อถืออื่นๆมาประกอบกัน     
    -2.แพทย์ที่ฉีด เพราะการฉีดฟิลเลอร์จำเป็นอย่างมากที่แพทย์ต้องมีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ทางกายวิภาคอย่างเชี่ยวชาญ มีเทคนิคการฉีดต้องถูกต้องเหมาะสม มีการประเมินรูปร่างว่าบริเวณใดต้องฉีด มากน้อยเพียงใด และฉีดสารในชั้นผิวหนังที่ถูกต้อง ในปริมาณที่เหมาะสม
     เพราะเมื่อฉีดสารเข้าไปย่อมมีโอกาสเสี่ยงในการที่จะไปโดนเส้นเลือดหรือ บริเวณอื่นที่ไม่ต้องการ นำมาซึ่งอันตรายที่อาจถึงแก่ชีวิตหรืออาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆได้
    - 3.สถานที่ฉีด ต้องฉีดในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย มีเครื่องมือช่วยชีวิตยามฉุกเฉิน

    เรียบเรียงโดย นพ.จรัสพล รินทระ
    ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด ........................29 October,2013

  • ตัวอย่างภาพประกอบ


    บริเวณที่นิยมฉีดฟิลเลอร์กัน


    คะแนนจากการโหวต :  185  คะแนน
    จำนวนผู้โหวต :  37  คน


    ขอเวลาเป๊ป.......หนึ๊ง!!!! โหวตให้หน่อยน๊า.............
    [หน้าที่] 1 [2] [3] [4] [5] [6] [7]
    Fine Scan 1550 : Fractional Laser รักษารอยหลุมสิว รูขุขนกว้าง สำหรับผิวเอเซีย
    เสริมจมูก โดยไม่ต้องผ่าตัด
    ร้อยไหมละลาย ยกกระชับ ปรับรูปหน้า จากเกาหลี (Thread Lifting)
    Mesofat : การฉีดสลายไขมันส่วนเกิน
    ขอบตาคล้ำ (dark circles) และเบ้าตาลึก สาเหตุและการแก้ไข
    น่องโต (Radish-like Legs) ทำให้เล็กลงได้ด้วยการฉีด Botox
    RevLite : เ ลเซอร์รักษาฝ้า กระ รอยด่างดำ ลบรอยสัก ที่ได้ผลดี เหมาะกับทุกสีผิว
    Ulthera (Ultherapy) -ดึงหน้าให้ตึง โดยไม่ต้องผ่าตัด
    Cool Sculpting (Zeltiq) : ลดพุงด้วยความเย็น ครั้งเดียว เห็นผล ไม่เจ็บ!
    Update! นวัตกรรมปรับหน้าให้เรียวเล็ก

    ดูผลโหวตเก่าๆ
       
    ท่านต้องการให้คลินิกนีโอ จัดโปรโมชั่น ราคาพิเศษเกี่ยวกับเรื่องใด
      14.33 %   25.60 %
      35.49 %   12.29 %
      12.29 %
     
          เลเซอร์กำจัดขน
      Fractional RF
      Filler
      ไหมละลาย
      Ulthera
     
     
    สารบัญบทความ
    ดูแลผิวพรรณ
    สุขภาพ-งานวิจัย
    หมวดสิว
    หมวดฝ้ากระ
    ลดน้ำหนัก
    ความงามทั่วไป
    หมวดเส้นผม
    โรคผิวหนัง
    เวชศาสตร์ความงาม(Aesthetic Medicine)
    เวชศาสตร์ชะลอวัย(Anti-Aging Medicine)
    สมาชิกตรวจรางวัล
    คลินิกบริการ
    บริการ
    แผนที่
    Disclamer
    ลงโฆษณากับเรา